เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก | ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม | คู่มือการใช้งาน
 

Choose style:

ผู้เขียน หัวข้อ: กันแดดที่ดีที่สุด ครีมกันแดดที่ดีที่สุด ครีมกันแดด ครีมกันแดดที่ดีที่สุดในโลก  (อ่าน 15 ครั้ง)

jangna097narak

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 368
    • ดูรายละเอียด
โลชั่นที่มีไว้กันแดด (sunscreen)หมายถึงสินค้าทาผิวที่มีส่วนผสมของสารกันแดด (Sunscreen agent) เพื่อใช้ทาผิวสำหรับคุ้มครองอันตรายจากแสงแดดที่มีต่อผิวหนัง อันดังเช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลต A (UVA), รังสีอัลตร้าไวโอเลต B (UVB) แล้วก็รังสีที่ตามองเห็น (Visible Light) เนื่องจากว่ามนุษย์เราสามารถหลบจากแสงอาทิตย์ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนที่จำต้องดำเนินการใน แล้วก็แม้การได้รับแดดในเวลาไม่นาน แม้กระนั้นถ้าเกิดได้รับบ่อย ก็จะมีผลให้ภูมิคุ้มกันของเซลล์ผิวหนังต่ำลง และก็สะสมกระทั่งเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

นอกจาก แดดยังเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าเสื่อมสภาพ และเกิดปัญหาที่วัยรุ่นไม่ต้องการที่จะอยาก อาทิ เกิดรอยเหี่ยวย่น กำเนิดตีนกา ผิวหน้าหมองคล้ำ และก็แข็งกระด้าง เกิดกระ เกิดฝ้า จนกระทั่งผิวหน้าดูแก่กว่าวัยอันควรจะ

ปัจจุบัน แดดเป็นเป็นที่พิสูจน์ได้แจ่มกระจ่างแล้วว่าเป็นปัจจัยหลักต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ทั้งโรคมะเร็งผิวหนังชนิด nonmelanoma และก็melanoma โดยยิ่งไปกว่านั้นชาวต่างประเทศที่เจอการเป็นมะเร็งผิวหนังเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็มีการเสี่ยงมากยิ่งกว่าคนเอเชียหลายเท่า เพราะฉะนั้น วิธีปกป้องโรคมะเร็งผิวหนังที่ดีเป็นหลบหลีกการสัมผัสกับแดดเป็นระยะเวลานาน แต่โดยธรรมดาคนเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่ว่าสามารถคุ้มครองปกป้องได้หมายถึงการใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด การใช่ร่มหรือที่บังแดด แล้วก็ในที่สุดที่นิยมหมายถึงการทาครีมสำหรับป้องกันแดด ซึ่งจะช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง รวมถึงยังช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย คุ้มครองป้องกันการเหี่ยวย่น การเกิดรอยเท้ากา คุ้มครองปกป้องผิวหมองคล้ำ และการเกิดกระฝ้าต่างๆได้ด้วย กันแดดที่ดีที่สุด






ดังนี้ ผิวหนังของแต่ละคนมีการสนองตอบต่อแสงแดดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งขึ้นกับสีผิวหรือปริมาณของเม็ดสีผิวหรือเมลานินเป็นหลัก (melanin pigment) โดยชาวยุโรปที่มีผิวขาวจะมีปริมาณเมลานินที่ชั้นผิวหนังน้อย ทำให้รังสีแพร่เข้าไปในชั้นผิวหนัง และถูกดูดซึมไว้มากมาย จึงมีโอกาสที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังได้สูง ส่วนผิวหนังของชาวเอเชียที่ค่อนข้างดำหรือคนดำในแถบประเทศแอฟริกาจะมีเม็ดสีเมลานินสูง ทำให้ช่วยกรองรังสี ช่วยกระจัดกระจาย แล้วก็สะท้อนรังสีได้มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังน้อยกว่า
ความเข้าใจเรื่องรังสี

สารบาญเรื่อง แสดง

รังสี UVB ในช่วงความยาวคลื่น 290 – 320 นาโนเมตร นับว่าเป็นรังสีหลักที่เหนี่ยวนำให้เกิด photocarcinogenesis โดยรังสี UVB จะเข้าทำปฏิกิริยากับ DNA ในเซลล์โดยตรง จนทำให้มีการเกิดสาร cyclobutane pyrimidine dimmers และ thymine glygols ที่เข้ากระตุ้นการเกิดเซลล์มะเร็งได้ ส่วนรังสี UVA ในตอนความยาวคลื่น 320 – 400 นาโนเมตร จะมีผลต่อผิวหนังน้อยกว่ารังสี UVB แม้กระนั้นก็มีส่วนสำหรับเพื่อการกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากถ้าเกิดสัมผัสหรือได้รับสะสมเป็นเวลานานจะก่อให้กำเนิดสารอนุมูลอิสระขึ้นในเนื้อเยื่อ แล้วก็ถัดมาจะเข้ากระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นได้ ด้วยการเหนี่ยวนำให้มีการเปลี่ยนของ DNA ในระดับเซลล์เกิดขึ้น

องค์ประกอบของแสงแดด
1. รังสีอินฟาเรด (infrared ray : ความยาวคลื่น 780-5000 นาโนเมตร) โดยประมาณ 56%
2. รังสีที่แลเห็น (visible light : ความยาวคลื่น 400-780 นาโนเมตร) ราว 39%
3. รังสีอัลตราไวโอเลต (UV : ultraviolet ray) ปริมาณ 5% ซึ่งถือเป็นรังสีสำคัญที่ทำให้ภาวะผิวมีปัญหา รวมทั้งกำเนิดมะเร็งผิวหนัง

ประเภทของรังสี UV
1. รังสี UVC
รังสี UVC มีตอนคลื่นยาว 100-280 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานสูงสุด แต่ส่วนมากจะถูกดูดซับไว้ด้วยโอโซนในชั้นบรรยากาศของโลก

2. รังสี UVB
รังสี UVB มีตอนคลื่นยาว 280-320 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานรองจาก รังสี UVC มีผลทำให้ผิวหนังเกิดการอาการผื่นแดง กำเนิดอาการแสบร้อน และก็ไหม้ โดยเฉพาะผู้แพ้แสงแดดง่ายหรือมีการตากแดดเป็นระยะเวลานาน

3. รังสี UVA
รังสี UVA มีตอนคลื่นยาว 320-400 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานต่ำที่สุด เมื่อได้รับรังสีประเภทนี้จะมีผลต่อสภาพปัญหาผิหนัง เช่น ผิวหนังเหี่ยวย่น กำเนิดริ้วรอย กำเนิดความหมองคล้ำ กระ และก็ฝ้า กระทั่งผิวมองดูแก่กว่าวัย
ความเป็นมาครีมที่เอาไว้กันแสงแดด

ครีมกันแสงแดดเริ่มมีการพัฒนาขึ้นหนแรกในปี คริสต์ศักราช1928 โดยใช้สาร benzyl salicylate รวมทั้ง benzyl cinnamate จัดแจงอยู่ในรูปอิมัลชัน (emulsion) ในช่วงปี ค.ศ. 1930 ในประเทศออสเตรเลียได้มีการวางจำหน่ายสินค้าป้องกันแสงแดดที่ผสม 10% Salol (phenyl salicylate) ถัดมาในปี ค.ศ. 1943 ในอเมริกาได้มีการใช้สารกลุ่ม p-Aminobenzoic acid (PABA) โดยได้ผสมอนุพันธ์ของ PABA ในสินค้าป้องกันแสงแดด ในยุคแรกๆนั้นให้ความเอาใจใส่เฉพาะกับการปกป้องรังสี UVBเป็นการปกป้องไม่ให้ผิวไหม้

ถัดมาได้เพิ่มความพึงพอใจต่อ UVA โดย UVA สามารถทะลุผ่านผิวหนังได้ในระดับความลึก 1 มม.
แล้วก็ไปกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิด singlet oxygen และ hydroxyl free radical ที่สามารถไปทำให้มีการเกิด lipid
peroxidation ได้มากกว่า UVB ถึง 10 เท่า

ชนิดโลชั่นที่เอาไว้กันแสงแดด

ชนิดครีมกันแดด (แบ่งตามคุณลักษณะ)
1. โลชั่นป้องกันแดดซึมซับรังสี (chemical sunscreen)
โลชั่นที่มีไว้กันแสงแดดประเภทนี้ ประกอบด้วยสารเคมีที่มีคุณลักษณะสำหรับการดูดซึมรังสีไว้ได้ ทำให้รังสีบางส่วนไม่สัมผัสกับผิวหนัง แม้กระนั้นจะปลดปล่อยรังสีในช่วงคลื่นอื่นออกมาหลังการดูดดูดซับไว้ แต่ว่าเป็นช่วงคลื่นที่ปลอดภัยต่อผิวหนัง สารที่ใช้ผสม แล้วก็มีคุณสมบัติดูดวับรังสีได้ ดังเช่น
– oxybenzone
– PABA
– salicylates
– cinnamates
– ฯลฯ

ทั้งนี้ โลชั่นที่มีไว้กันแสงแดดประเภทนี้มีข้อดีหลายประการ ดังเช่น
– ไม่มีสีหรือมีสีอ่อนๆ
– มีคุณลักษณะในการบำรุงผิว
– แพงถูก

ส่วนข้อด้อยเป็นบางคนอาจเกิดอาการแพ้ต่อสารเคมีที่ผสมได้ รวมถึงต้องมั่นทาครีมทุกๆ1-2 ชั่วโมง เมื่อถูกตากแดดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆเนื่องจากสารที่ผสมจะดูดซึมรังสีไว้ภายในปริมาณที่จำกัด ถ้าหากดูดซับไว้เต็มกำลังและจะไม่สามารถที่จะดูดวับไว้ได้อีก ทำให้รังสีที่ได้รับถัดมากระทบต่อผิวหนังทั้งหมดทั้งปวง

2. ครีมสำหรับป้องกันแดดสะท้อนรังสี (physical blocker)
โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดประเภทนี้ มีส่วนผสมหลักของ zinc oxide หรือ titanium dioxide ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว และก็มีคุณลักษณะช่วยคุ้มครองรังสีUV ได้เกือบทั้งหมด ทำหน้าที่สะท้อน แล้วก็กระจายรังสี UVA แล้วก็ UVB ออกไปจากผิวหนัง แล้วก็หลังการทาจะมีเนื้อครีมนิดหน่อยถูกดูดซึมเข้าผิวหนังเพียงเล็กน้อยแค่นั้น โดยเหตุนี้ โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแดดชนิดนี้จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายนัก

จุดเด่นของโลชั่นที่มีไว้ป้องกันแสงแดดประเภทนี้ เป็น
– ไม่ย่อยสลายง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ ก็เลยไม่ต้องทาซ้ำเสมอๆ
– ส่งผลทำให้ผิวระคายเคืองน้อย ไม่กำเนิดอาการแพ้ง่าย

3. โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแดดแบบผสม (chemical-physical sunscreen)
โลชั่นที่มีไว้ป้องกันแสงแดดจำพวกนี้ มีส่วนผสมของสารที่มีคุณลักษณะสำหรับในการดูดวับ และก็สะท้อนรังสีเข้าด้วยกัน ทั้ง ยังช่วยลดผลกระทบจากสารเคมีที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ง่าย เนื้อครีมมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นสีขาว น่าใช้เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมข้อดี และลดข้อเสียของครีมที่มีไว้สำหรับป้องกันแสงแดดทั้งสองประเภทข้างต้น ซึ่งปัจจุบันนี้ ครีมสำหรับป้องกันแสงแดดที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกประสมประสาน

ชนิดครีมกันแดด (แบ่งตามผลทีมีต่อสีผิว)
1. Sun Tan เป็นผลิตภัณฑ์ครีมที่เอาไว้สำหรับป้องกันแดดที่หลังการทาแล้ว เนื้อครีมจะซึมเข้าสู่เซลล์ผิว และก็ปฏิบัติหน้าที่เปลี่ยนสีผิวให้เข้มขึ้น แต่ว่าไม่มีอันตรายต่อเซลล์ผิวอะไร
2. Sunscreen เป็นผลิตภัณฑ์โลชั่นที่มีไว้ป้องกันแสงแดดที่ปฏิบัติภารกิจกรองรังสี กระจาย รวมทั้งสะท้อนรังสีไม่ให้เข้าสู่เซลล์ผิวมาก รวมทั้งช่วยสำหรับเพื่อการปรับสมดุลของสีผิวที่หมองคล้ำหลังการผึ่งแดด

ประเภทครีมที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดด (แบ่งตามส่วนที่ทา)
1. โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดทาหน้า (Sunshade)
โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดจำพวกนี้ มักมีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์หรือไททาเนียมไดออกไซด์ มีคุณสมบัติช่วยคุ้มครองปกป้องรังสี UV ได้ทุกชนิด ใช้สำหรับในการทาบริเวณที่เปราะบาง เช่น บริเวณใบหน้า คอ แล้วก็ริมฝีปาก

2. โลชั่นที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดทาลำตัว (Sunscreen/Sunblock)
โลชั่นที่มีไว้สำหรับป้องกันแสงแดดจำพวกนี้ มักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายแบบที่ประสมประสานกันระหว่างสารเคมีที่ปฏิบัติภารกิจดูดซึม รวมทั้งสะท้อนรังสี UV ซึ่งคุณภาพจะถูกเจาะจงเป็นค่า SPF
สีผิว และค่า SPF ที่เสนอแนะ
จำพวกผิวหนัง สีผิว (ในร่มผ้า) ลักษณะผิวหลังถูกแดด ค่า SPF ที่ชี้แนะ
1. สีขาว (White) ผิวไหม้แดง แล้วก็เกิดอาการแสบร้อนได้ง่ายดาย ข้างหลังถูกแดดจะมีสีผิวไม่คล้ำ ไม่มีสีผิวเข้ม มักตกกระ เจอได้ในเชื้อชาติผิวขาว นัยน์ตาสีฟ้า เช่น ชาวยุโรปหรือคนตะวันตก 15-30 หรือมากยิ่งกว่า
2. สีขาว (White) ผิวไหม้แดง แล้วก็กำเนิดอาการแสบร้อนได้ง่าย หลังถูกแดดจะมีสีผิวเป็นสีแทนขึ้น แม้กระนั้นไม่ทำให้สีผิวเข้มขึ้น พบได้บ่อยในชาติผิวขาว ตาสีฟ้าหรือน้ำตาลอ่อน ผมมีสีทองหรือทองแดง ได้แก่ คนยุโรป 15-30 หรือมากกว่า
3. สีขาว (White) ผิวมีโอกาสผิวไหม้แดง แล้วก็กำเนิดอาการแสบร้อนได้ง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิม หลังถูกแดดจะมีสีผิวแทนอ่อน ดำคล้ำบางส่วน สีผิวเข้มขึ้น เจอได้ในชาติผิวขาวอมเหลือง เป็นต้นว่า ชนชาติเอเชียในแถบโซนหนาว เป็นต้นว่า จีนตอนบน ประเทศญี่ปุ่นบางแห่ง ดูโกเลีย แล้วก็รัชเชียตอนใต้ ฯลฯ 15-30 หรือมากกว่า
4. สีน้ำตาลอ่อน(Light Brown) ผิวมีโอกาสผิวไหม้แดง แล้วก็กำเนิดอาการแสบร้อนได้เพียงเล็กน้อย สีผิวกำเนิดคล้ำพอสมควร มีสีผิวเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาล เป็นต้นว่า ชาติตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเมืองไทยด้วย 10-15
5. สีน้ำตาล (Brown) ผิวมีโอกาสผิวไหม้แดง และกำเนิดอาการแสบร้อนได้น้อยมากหรือไหม้ได้ยาก สีผิวดั้งเดิมมีสีแทนเข้มหรือเกือบดำ หลังถูกแดดสีผิวไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก อย่างเช่น คนอินเดีย ชาวอินเดียท้องนาในอเมริกา เป็นต้น 10-15
6. สีน้ำตาลอมดำถึงสีดำ(Dark brown or Black) ผิวไม่ไหม้เลย โดยผิวเริ่มแรกมีสีดำเข้ม ข้างหลังถูกแดดสีผิวไม่มีการเปลี่ยน ยกตัวอย่างเช่น ชาวนิโกรหรือชาติผิวดำในประเทศต่างๆ    6-10  ครีมกันแดดที่ดีที่สุด

เพิ่มอีกจาก : 1 อ้างถึงใน พิมพร สีลาพรพิสิฐ (2543)
ประเภทสารเคมีป้องกันแสงแดดที่ใช้ผสม

1. สารกันแดดจำพวก Chemical
สารกันแดด Chemical เป็นสารที่มีคุณลักษณะดูดซึมแสงอัลตร้าไวโอเลตได้ ทำให้มีจำนวนรังสีที่จะกระทบผิวหนังลดลง แบ่งได้ ดังนี้
1.1 PABA หรือ Paraaminobenzoic acid ตอนนี้ไม่มีการใช้แล้ว เพราะว่ามีฤทธิ์ระคายเคือง บางรายมีอาการแพ้ง่าย รวมทั้งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
1.2 PABA ester ปรับปรุงมาจากกลุ่ม PABA มีคุณลักษณะต่อต้านฤทธิ์ของสารเคมีอื่นอันไม่พึงปรารถนา แม้กระนั้นยังคงคุณภาพสำหรับเพื่อการกันแดดดังเดิม ยกตัวอย่างเช่น Padimate-O
1.3 BENZOPHENONE ดังเช่น
– Oxybenzone
– Sulisobenzone
1.4 CINNAMATES เช่น
– Octylmethyl Cinnamate
– Cinoxate
1.5 Salicylates เป็นต้นว่า Homomenthyl Salicylate

2. สารป้องกันแสงแดดชนิด Physical
สารกันแดด Physical เป็นสารที่มีคุณสมบัติทึบแสง สามารถซึมซับรังสีไว้ได้ แล้วก็กระจายหรือสะท้องรังสีออกไปจากผิวหนังได้ สารเคมีชนิด Physical ที่ใช้เป็นส่วนผสม ดังเช่น Titanium.Dioxide รวมทั้ง Zinc Oxide ฯลฯ
ค่า SPF หรือ ความสามารถสารกันแดด

ผลิตภัณฑ์โลชั่นสำหรับกันแสงแดดทุกชนิดควรมีการคาดคะเนสมรรถนะของโลชั่นที่เอาไว้สำหรับกันแดดก่อนนำออกวางขาย ซึ่งค่าคุณภาพของครีมที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดจะถูกระบุในค่าที่ชื่อ Sun Protecting Factor (SPF) คือ ความรู้ความเข้าใจของโลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแดดที่ทาแล้ว (2 มิลลิกรัม/ตารางเซนติเมตรผิวหนัง) ทำให้ผิวสามารถทนต่อแดดได้นานในอัตราเท่าไรเมื่อเทียบกับผิวทั่วไปที่มิได้ทาครีมที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดด โดยความสามารถของผิวหนังที่ทนต่อแดดได้ได้นั้น หมายถึง ช่วงเวลาข้างหลังการสัมผัสแดดแล้วทำให้ผิวหนังเกิดอาการแดงต่ำที่สุด ซึ่งค่า SPF เป็นค่าที่เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนเท่าตัวของค่าการทนแสงแดดได้ในผิวหนังที่ไม่ได้ทาโลชั่นป้องกันแดด เช่น

SPF 20 คือ โลชั่นที่เอาไว้กันแดดมีประสิทธิภาพการกันแดดได้นาน 20 เท่า เมื่อเทียบกับผิวธรรมดาที่ไม่ได้ทาโลชั่นที่มีไว้ป้องกันแสงแดด ครีมกันแดด

ดังนี้ โดยปกติ ผิวหนังของมนุษย์สามารถทนต่อแสงแดดได้นานประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะกำเนิดอาการไหม้แดง โดยเหตุนั้น โลชั่นที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดที่มีค่า SPF 20 จะสามารถทนต่อแสงอาทิตย์ได้นานราวๆ 20 เท่า ของ 15 นาที หรือโดยประมาณ 300 นาที (5 ชั่วโมง) นั่นเอง

ข้อควรคำนึงเกี่ยวกับ SPF
1. ค่า SPF ที่ระบุจะน้อยหรือมากมายเท่าใด ก็ไม่ได้สามารถกรองหรือคุ้มครองปกป้องรังสี UV ได้ 100%
2. SPF บ่งบอกประสิทธิภาพการกันรังสี UVB แค่นั้น ด้วยเหตุว่าเป็นค่าที่ได้จากการวัดช่วงเวลาที่เกิดอาการผิวหนังไหม้แดด ซึ่งเกิดได้เฉพาะรังสี UVB จึงไม่สามารถที่จะแสดงความสามรถสำหรับเพื่อการกันรังสี UVA ได้
3. การใช้คร



 



  ลิขสิทธิ์ © สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
255 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ : 0 2306 8600 อีเมล์ : ict@owf.go.th
ท่านเป็นผู้เข้าชมลำดับที่